มาสเตอร์ฯ ยูสด์คาร์ รุกครบครัน -อัดแคมเปญ รวมถึง seo ดันยอดรวมโต

“เอ็มจีซี-เอเชีย” เดินหน้าขับดันBusinessรถยนต์มือสอง ภายใต้แบรนด์ “มาสเตอร์ เซอร์ทิฟาย ยูสด์คาร์” เต็มรูปแบบ หลังแตกไลน์Businessครบทุกเซกเมนต์ รวมถึงอัดแคมเปญให้ส่วนลดและดอกเบี้ย 0% เผยแนวโน้มMarketรถยนต์มือสองยังเติบโตในอนาคตกาล มั่นใจปีนี้ยอดจำหน่ายเติบโต 30% ทำได้ตามเป้าประสงค์ 1,300 คัน เดินหน้าอัดกิจกรรมการตลาดอย่างseo ต่อเนื่องทั้งปี นายสมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไป มาสเตอร์ เซอร์ทิฟาย ยูสด์คาร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองแบบครบครันในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือเอ็มจีซี-เอเชีย เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการขยายเครือข่ายการจำหน่ายรถยนต์มือสองออกไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะนี้เอ็มจีซี-เอเชีย พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าผลักดันBusinessจำหน่ายรถยนต์มือสองอย่างเต็มแบบ สำหรับขอบข่ายการจำหน่ายรถยนต์มือสองของมาสเตอร์ เซอร์ทิฟาย ยูสด์คาร์นั้น ประกอบไปด้วย ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองบีเอ็มดับเบิลยู 3 สาขา ได้แก่ สาขาพระราม 4, ลาดพร้าว และสาขาพระราม 3 ที่เพิ่งเปิดให้บริการในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเครือข่ายการจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมือสองคุณภาพเยี่ยม
นอกจากนี้ยังมีศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองมัลติแบรนด์ 2 สาขา ที่เกษตร-นวมินทร์และสาขาประดิษฐ์มนูญธรรม รวมถึงศูนย์จำหน่ายรถยนต์ซูเปอร์คาร์มือสอง ภายใต้แบรนด์ Zupercar ที่โครงการเอ สแควร์ถนนพระราม 4 ซึ่งเปิดให้บริการในกันยายนที่ผ่านมา และล่าสุดก็คือศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองระดับพรีเมียม ที่เน้นย้ำเป็นพิเศษเฉพาะรถเบนซ์มือสองมาตรฐานดี ที่เปิดให้บริการที่สำนักงานใหญ่สาขาลาดพร้าวเป็นสาขาล่าสุด “ในปีนี้ต้องบอกว่าเรามีความพร้อมในการผลักดันBusinessจำหน่ายรถยนต์มือสองอย่างเต็มที่ หากดูจากการขยายสาขาของเราเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทั่วกรุงเทพมหานคร โดยสาขาทั้งหมดจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบนับจากนี้เป็นต้นไป ทำให้เราเชื่อว่าจะสามารถผลักดันยอดจำหน่ายในช่วงที่เหลือของปีได้ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้” นายสมชายกล่าวและว่า
สำหรับรถยนต์ที่นำมาทำการค้าภายใต้แบรนด์มาสเตอร์ เซอร์ทิฟาย ยูสด์คาร์นั้น ต้องเป็นรถยนต์ที่ไม่เคยผ่านการชนหนักหรือน้ำท่วม โดยจะต้องสามารถตรวจทานประวัติการใช้รถยนต์คันนั้นได้ นอกจากนี้ รถยนต์ที่นำมาจำหน่ายจะได้รับการตรวจสอบมาตรฐานตามที่กำหนดเอาไว้ และมีการรับประกันมาตรฐานในการใช้งานให้กับลูกค้าทุกคน “บริษัทฯ ได้ลงทุนเปิดศูนย์ปรับสภาพรถยนต์มือสองก่อนจำหน่ายขึ้น ที่สำนักงานใหญ่สาขาลาดพร้าว รวมถึงได้รับความร่วมมือจากบริษัทในเครือเอ็มจีซี-เอเชีย อย่างบริษัท มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอ็มเอ็มเอส ในการตรวจสอบมาตรฐานของรถยนต์ ให้มีความเรียบร้อยที่สุดก่อนนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า”
“จงเชื่อที่จะงี่เง่า” ภาค 2 ของแคมเปญสุดฤทธิ์สุดเดชชุดทำงานคนอ้วน ‘Be Stupid’

หลังจากที่แบรนด์มาดเท่จากอิตาลีอย่าง “ดีเซล” (Diesel) ออกแคมเปญโฆษณา ประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2010 ด้วยคอนเซ็ปต์ “Be Stupid” ที่ถูกใจทั้งบรรดาสาวกของดีเซลแถมยังได้รับคำชมจากบรรดานักโฆษณานักการตลาดทั่วโลก ด้วยภาพรูปแบบเซ็ตและวลีเด็ดๆ ที่ดีเซลภูมิใจเสนอ แสดงออกถึงความกล้า สัญชาตญาณดิบ และความกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ แม้คนทั่วไปจะมองว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่อง “สุดงี่เง่า!” ก็ตามที แต่ดีเซลก็พิสูจน์ให้เห็นไปแล้ว่า “งี่เง่า แต่ เท่!” นั้นเป็นอย่างไร และในเมื่อ ‘Be Stupid’ ฮิตสูงขนาดนี้คงไม่มีเหตุอะไรที่ดีเซลจะหยุดแคมเปญ “สุดงี่เง่า” ลงไปดื้อๆ เลยสานต่อ ‘Be Stupid’ ภาค 2 กับอาภรณ์ชุดทำงานคนอ้วนคอลเลกชั่นฤดูหนาว 2010
มาคราวนี้ ดีเซลเล่นจุดสำคัญเป็นภาคต่อแล้วเมื่อคุณคิดที่จะงี่เง่าแล้วล่ะก็จงเชื่อในความงี่เง่านั้นต่อไป และที่สำคัญกระจายความงี่เง่านั้นออกไปยังคนรอบข้างด้วยตามคอนเซ็ปต์หลักของแคมเปญที่ว่า “ดีเซลงี่เง่า ภูมิใจในความงี่เง่าและอยู่กับความงี่เง่า ความงี่เง่าเป็นสิ่งที่เป็นหัวใจหลักที่สร้างแบรนด์เสื้อผ้าคนอ้วน“
นักออกแบบประเทศไทย เผยก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จ!!ในการดีไซน์ชุดทำงาน

เพื่อขับดันความสามารถของแฟชั่นประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีแนวในท้องตลาดระดับโลก กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ผู้จัดงาน Thailand Fashion Expo 2010 จึงได้จัดงานสัมมนา “Behind the Brand Creation Seminar” เจาะลึกเบื้องหลังการสร้างแบรนด์แฟชั่น เผยฉากหลังผลที่เกิดขึ้นของคนในวงการแฟชั่นชุดทำงานประเทศไทยในตลาดโลก งานนี้ได้เชิญดีไซเนอร์และนางแบบผู้เชี่ยวชาญ ที่ประสบผลทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล มาร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญการสร้างแบรนด์และวิธีการทำงานเพื่อก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ได้แก่ ชนิตา ปรีชาวิทยากุล เจ้าของแบรนด์ Senada Theory, เคเค ชิน จากแบรนด์ t?te-?-t?te (แทต อา แทต) นันทิรัตน์ สุวรรณเกต ผู้สร้างแบรนด์ Koi Suwannagate และพิชญ์สินี ตันวิบูลย์ นางแบบไทยที่ก้าวสู่รันเวย์ระดับโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการBusinessแฟชั่นได้เรียนรู้วิธีการสร้างBusinessด้านดีไซน์ และการสร้าง แบรนด์ออกสู่ตลาดโลก ณ ชั้น 23 ห้องเวิลด์บอลรูม ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ 19 ปีบนถนนแฟชั่นของ Senada Theory กับวินเทจแบบที่ถูกอกถูกใจคนรุ่นใหม่
ลี่-ชนิตา ปรีชาวิทยากุล เจ้าของแบรนด์ Senada Theory คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่นไทยมาถึง 19 ปีแล้ว แม้จะเป็นดีไซเนอร์ที่เติบโตในยุคที่ยังไม่มีโรงเรียนสอนแฟชั่น แต่ด้วย passion ที่หลงใหลโลกแห่งการ ออกแบบและแฟชั่น จึงทำให้เธอสามารถสร้างแบรนด์ Senada Theory ให้เกิดและเติบโตขึ้นได้ และยังก้าวไกลไปสู่ตลาดระดับโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ให้ความสลักสำคัญกับการทำงานที่ละเอียดประณีต รวมถึง มหานครแฟชั่นของโลกอย่างปารีสอีกด้วย ภูมิหลังการสร้างแบรนด์ Senada Theory ที่ถูกอกถูกใจคนรุ่นใหม่นั้นเริ่มจากตัวตนของชนิตาที่เป็นคนรักการแต่งกาย และอยากสร้างงานของตัวเอง เธอจึงเริ่มต้น ด้วยการเรียนทำแพทเทิร์น จากนั้นจึงออกแบบตัดเย็บเสื้อแบบวินเทจขึ้นชมแฟชั่นสวยๆ ได้ค่ะ
“เมื่อ 19 ปีที่แล้วยังไม่มีใครรู้จักคำว่าวินเทจ เพื่อนๆ เห็นก็ชอบใจ จึงรู้ว่ามีคนชอบแบบนี้และคิดว่าน่าจะเริ่มBusinessได้ จึงลองผิดลองถูกด้วยเงินของตนเอง และล้มลุกคลุกคลานกับการที่ไม่รู้จักคำว่าแบรนด์ ไม่รู้จักการทำBusiness เป็นการเดินทางที่ยาวนานจากจุดกำเนิดกว่าจะมาเป็น Senada Theory ในวันนี้ก็ผ่านมาถึง 19 ปีแล้ว” ชนิตาบอกว่าการสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ ต้องกำหนดบุคลิกลักษณะของแบรนด์ให้ชัดเจน สำหรับ Senada Theory นั้นคือความเป็นวินเทจจะยืนพื้นอยู่ตลอด อาจจะปรับเปลี่ยนตามเทรนด์บ้าง แต่แบบยังคงอยู่
ดีเดย์ ถ่ายสดออกหวยคืนจอโทรทัศน์
คอหวยเบอร์สมหวัง! กองสลากฯ เตรียมกลับมาถ่ายทอดสดการออกรางวัลผ่านทีวีช่องเอ็นบีทีและวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.พ. 2556 เป็นต้นไป สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศเชิญชมการถ่ายทอดสด การออกรางวัลหวยรัฐบาลผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ และสามารถรับฟังการถ่ายทอดสดเสียงผ่านช่องทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ โดยทั้งหมดระบุตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.พ. 2556 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ เดิมมีการถ่ายทอดสดการออกรางวัลหวยรัฐบาลทางทีวีมานานพอสมควร จนเมื่อสมัยรัฐบาลหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2549 ได้สั่งยุติไป ถึงอย่างไร ก่อนหน้า สำนักงานหวยรัฐบาลเคยให้เหตุในการจะกลับมาถ่ายทอดสดการออกสลากผ่านทีวีว่า เพื่อความโปร่งใสในทุกกระบวนการ

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ
“หยง-พริศา” สาวเก๋ไก๋ผู้กุมบังเหียนผู้ชายเรียบหรู มีแฟชั่นในแบบชุดทํางาน

ด้วยบุคลิกลักษณะเรียบหรู บวกกับความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหาร ทำให้ หยง-พริศา เอี่ยมมะโนชญ์ บูรณะสัมฤทธิ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มค่าให้ กิจการค้าสมัยนิยมของ สยามพารากอน และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป หยงก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ แบรนด์ แอนด์ ไลฟ์สไตล์ ดีเวลลอปเม้นท์ บจก.เดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยผลงาน ชิ้นสำคัญที่จะการันตีความสามารถทางด้านสมัยนิยมครั้งนี้ของเธอคือ แบรนด์ Project 1.1 by Greyhound ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้ การทำงานในฐานะผู้จัด การแบรนด์น้องใหม่ครั้งนี้ เรียกว่าค่อนข้างหิน โดยเฉพาะ การผลักดันให้ทุกคนรับรู้ว่า แบรนด์ Project 1.1 by Greyhound คือแบรนด์เสื้อผ้าอาภรณ์ของเดอะมอลล์กรุ๊ป ที่ทำงานร่วม กับเกรย์ฮาวนด์
“ปัจจุบันนี้ศูนย์การค้าต้องการสร้างความเป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง และแบรนด์ Project 1.1 by Greyhound ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์ของเดอะมอลล์กรุ๊ป โดย เราได้จับมือกับแบรนด์ Greyhound ซึ่งมีจุดแข็งในการออกแบบ และมีแฟชั่นที่ชัดเจน มาร่วมตกแต่งชุดทํางานให้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่อายุตั้งแต่ 20-35 ปี เน้นย้ำความเรียบหรูในแบบ เออร์เบิร์นนิสต์ และมีความเป็นมินิมอล ซึ่งผลตอบรับจากคอลเลกชันสปริง/ซัมเมอร์ ครั้งนี้ นับว่าดีทีเดียวค่ะ” ผู้จัดการแบรนด์สาวเผยต่อว่า นอกจากกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็น ผู้ชายวัยทำงานซึ่งหันมารักการตบแต่งเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีกลุ่มเกย์และทอมที่รักการตบแต่งแบบมีแฟชั่นอีกด้วย
“บัดนี้ของซื้อของขายกลุ่มผู้ชายมาแรง เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ชายรักการตบแต่งและดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น และมีพฤติกรรมการจับจ่ายที่ไม่จุกจิกเหมือนผู้หญิง ถ้าชอบแล้วก็ซื้อเลย ซื้อครั้ง หนึ่งก็หลายตัว โดยไม่เกี่ยงสนนราคา แต่ก็ไม่ซื้อบ่อยนัก ส่วนกลุ่มเกย์นั้น จะเน้นย้ำสังคมเพื่อน เน้นย้ำความมีคลาสนิดหนึ่ง แต่กลุ่มนี้จะกล้าใช้เงินมาก ถ้าได้ติดแบรนด์ไหน ก็ทุ่มสุดตัว เลย กลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้กิจการค้าสมัยนิยมยุคนี้ต้องหันมามองเพิ่มขึ้น” หยงเผยถึงพฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเธอเผยว่านี่คือที่มาของการเปิดไลน์เสื้อผ้าอาภรณ์ ของผู้ชายเป็นแบรนด์แรก หลายคนอาจแปลกใจว่า เป็นสินค้าผู้ชาย แล้วผู้หญิงเรียบเท่ อย่าง หยง ถึงได้รับการไว้วางใจจากศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ให้มาดูแล สาวหยงออก ตัวว่า “ทุกวันนี้เวลาตัวเองแต่งตัว สามีก็จะเป็นคนดูภาพรวมให้ ส่วนเวลาสามีแต่งตัว เราก็จะคอยดูว่าโอเคหรือเปล่า ซึ่งตัวเองเชื่อว่า เพศตรงข้ามเป็นคนที่มองเห็นรายละเอียด ของฝั่งตรงข้ามได้ดีเสมอค่ะ บวกกับแฟชั่นการตบแต่งของตัวเอง ที่ไม่หวือหวา แต่จะเน้นย้ำความร่วมสมัย เรียบเท่ ซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี”ชมแฟชั่นสไตล์ต่างๆได้ที่นี่ค่ะ
หยงฝากทิ้งท้ายสำหรับหนุ่มๆ ที่อยากแต่งตัวให้ดูเรียบเท่ ในแบบฉบับของ Project 1.1 by Greyhound ว่า แบรนด์เองคงไปกำหนดให้หนุ่มๆ แต่งกายแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้ เราทำหน้าที่เพียงแต่สร้างไอเท็มตามสมัยนิยม ตามเทรนด์ ให้หนุ่มๆ ได้เลือกเฟ้นสวมใส่เท่านั้น ซึ่งตัวของหนุ่มๆ เอง ต้องเลือกเฟ้นแต่งกายที่แสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา แม้ จะใส่แบรนด์ไหน อย่างไร ก็ต้องมีความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองเป็นหลัก
ส่องกล้องTechnology รวมถึงบริการ seo ปี’56ผ่านทัศนคติกูรู
บรรยากาศโดยรวมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยในรอบปี 2555 ดูเงียบเหงา ไร้ความรู้สึกตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ส่องกล้องแนวโน้มปี”56 ผ่านแง่คิดกูรูอิงไปกับเทรนด์ของตลาดโลกที่ในภาพรวมก็ยังไม่มีนวัตกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ตลาดเกิดความรู้สึก “ว้าว” อย่างที่น่าจะเป็น สมาร์ทโฟน-แทบเล็ตรุ่งพุ่งแรง นายประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไป และผู้อำนวยการฝ่ายไอที / ดิจิตอล บมจ. เออาร์ไอพี หนึ่งในกูรูผู้คร่ำหวอดในแวดวงไอทีไทยและในฐานะผู้จัดงาน “คอมมาร์ต” มองว่า ภาพรวมทิศทางเทคโนโลยีปี 2556 ก็ยังคงเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากปี 2555
ของซื้อของขายที่น่าจับตามากที่สุดคือ กลุ่มแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเติบโตของยอดขาย อย่างต่อเนื่อง และยิ่งเมื่อเทียบกับการเติบโตในตลาด “พีซี” ที่เคยเป็นของซื้อของขายสะดุดตาในอุตสาหกรรมไอทีก็แทบจะเรียกได้ว่า “พีซี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดสก์ท้อปอาจไม่ต่างกับ “เดธท้อป (Death Top)” ที่มีสภาพใกล้ตาย ด้วยเหตุว่าแม้จะมีระบบปฏิบัติการใหม่อย่าง “วินโดว์ส 8″ ออกมาเป็นตัวกระตุ้นตลาด แต่ซอฟต์แวร์ดังกล่าวก็กลับมุ่งเน้นการทำงานบนโน้ตบุ๊คและแทบเล็ตเป็นหลัก ไม่ใช่ “เดสก์ท้อป” หรือพีซีตั้งโต๊ะ
กูรูไอทียังเชื่อว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้คนตลอดเวลาไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน นอน และเริ่มเปลี่ยนแปลงความสามารถจากเดิมที่อุปกรณ์หนึ่งอย่างมีความสามารถสำหรับงานเฉพาะแต่กลายเป็นทำได้ทุกอย่างในเครื่องเดียว ซึ่งชัดเจนที่สุดคือ มือถือที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์สำหรับสื่อสารด้วยเสียงเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นที่ทำงานได้ใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ย่อมๆ เครื่องหนึ่ง ปัจจัยที่ทำให้เข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัวได้คือ ความพร้อมของ 3จี, ตลาดดิจิทัล คอนเทนท์และบริการต่างๆ รวมทั้งบริการ seo ที่เติบโตขึ้น และกระแสของสมาร์ท ดีไวซ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นมือถือ, กล้อง, ทีวี หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง) เช่น ตู้เย็น และรถยนต์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน
“3จีที่สมบูรณ์แบบจะทำให้การเข้าถึงข้อมูลลื่นไหล ซึ่งก็จะมีผลต่อเนื่องไปถึงการพัฒนาดิจิทัล คอนเทนท์ที่จะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ขณะเดียวกันโฉมหน้าของร้านค้าปลีกก็จะเริ่มเปลี่ยนไป ร้านค้าต้องมีแอพพลิเคชั่นของตัวเองเพื่อให้ผู้ซื้อดูของซื้อของขายได้ก่อน ส่วนหน้าร้านก็จะกลายเป็นที่โชว์สินค้าหรือมีไว้รับของซื้อของขายเท่านั้น” ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
เหมาะตาหุ้นประเทศไทยสัปดาห์หน้า ขึ้นทะลุ 1,500 จุด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเดาหุ้นไทยสัปดาห์หน้ามีโอกาสปรับขึ้นต่อ หลังได้แรงดันจากเงินทุนไหลเข้า โดยให้แนวรับที่ 1,470-1,447 ตำแหน่ง และแนว ต้านที่ 1,515-1,558 ตำแหน่ง บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 17 ปี ทั้งนี้ ดัชนีหุ้น ไทยปิดที่ระดับ 1,499.22 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 2.59เปอร์เซ็นต์ จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยมีแรงดันจากแรงซื้อเพื่อ เก็งกำไร และเงินลงทุนไหลเข้า ก่อนที่จะปรับนิสัยลดลงในวันพฤหัสบดี จากแรงขายทำกำไร ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลก หลังสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/55 ที่หดตัวลง ต่อไปดัชนีปรับตัวขึ้นต่อในศุกร์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับคืน รวมทั้งแรงดัน จากแรงซื้อต่างประเทศ

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ
การค้าขายไฟเขียวนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5.4 หมื่นตัน
‘พาณิชย์’ไฟเขียว อคส.นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้ WTO จำนวน 54,700 ตัน โดยให้นำเข้าได้ตลอดตาปี ยันไม่กระทบชาวไร่ชาวนาคนปลูกข้าว โพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2556 แล้ว โดยเจาะจงให้องค์การคลังสินค้า เป็นคนมีสิทธิ์นำเข้าโดยไม่จำกัดระยะเวลา จากประเทศสมาชิกดับเบิลยูทีโอและ สปป.ลาว ในโควตา 54,700 ตัน อัตราภาษี 20% สำหรับการนำเข้านอกโควตาอัตราภาษี 73% และค่าธรรมเนียมพิเศษอีกตันละ 180 บาท กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความเอื้อเฟื้อในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก สปป.ลาว โดยคณะกรรมการนโยบายอาหาร ได้เห็นด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) โดยให้ องค์การคลังสินค้า นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตลอดทั้งปี แต่ลิขิตให้ องค์การคลังสินค้า ต้องจัดทำแผนการจัดซื้อให้สอดคล้องกันสภาวะด้านการผลิต การตลาด ภาวะราคา และความมุ่งมาดปรารถนาใช้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาผลผลิตในประเทศ ส่วนผู้นำเข้าทั่วไป เจาะจงให้นำเข้าได้ช่วงเดือน มี.ค.-ก.ค. และต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเกณฑ์ควบคุมการนำเข้าตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหาร สัตว์ พุทธศก 2525

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ
Top ten Fashion Icons : 10 สุดยอดสมัยนิยมชุดเดรสไอคอนแห่งระยะเวลา

คราวนี้เลยขอพามาอัพเดตกับ 10 สุดยอด Style Icon ในยุคนี้กันบ้างค่ะ ทั้ง 10 คนนี้ ไม่ได้มีการจัดอันดับว่าใครเจ๋งหรือ ใครมีสไตล์ที่เป็นสุดยอดกว่ากัน ก็เพราะว่าแต่ละคนต่างมีวิถีทางและสไตล์ในแบบของตัวเอง ซึ่งการจัดอันดับนี้ เป็นเว็บต้นๆ ของโลกแฟชั่น
เริ่มต้นอันดับ 1 กันที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา หญิงสวยงาม ฉลาด และมีแฟชั่นอันเด่นมั่นใจ Michelle Obama เธอคนนี้ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรมาสวมใส่ ล้วนแต่มีอิทธิพลต่อผู้คนมากมาย เธอมักนิยมสวมใส่อะไรที่เรียบง่าย แต่ขณะเดียวกันก็หรูและมีสง่าราศี ที่สำคัญเธอยังไม่ยึดติดไฮแบรนด์ หรือแต่งตัวด้วยแบรนด์ใดๆ เพียงแบรนด์เดียว ตรงกันข้ามเธอมักให้โอกาสดีไซเนอร์หน้าใหม่ไฟแรง ซึ่งรวมถึง ฐากูร พานิชกุล เจ้าของแบรนด์ Thakoon ดีไซเนอร์เชื้อสายไทยของเราด้วย
อันดับ 2 ไม่เคยหลุดจากโผความคาดหมาย สำหรับ Kate Moss ก็เพราะว่าเธอเป็นเหมือนตำนานสมัยนิยมไอคอน ที่ยังอยู่ยั้งยืนยง มาจนถึงตอนนี้ ด้วยเหตุใดเธอถึงได้เป็น 1ในสุดยอดไอคอน? ฉันรู้ว่าคำตอบนี้ พวกเราส่วนมากรู้คำตอบกันดี ก็ก็เพราะว่าเธอคือหญิงสาวที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับแฟชั่นของเธอ แถมยังงามตาแบบไม่ต้องพยายามอะไรเลยซักนิด
ตามมาที่
อันดับ 3 ที่มาเป็นแพ็คคู่ สำหรับ The Olsens คู่พี่น้องสุดสวยงามแห่งฮอลลีวู้ด ทั้ง Ashley & Mary kate Olsen ที่ต่างเป็นแฟชั่นไอคอน ผู้บุกเบิกแฟชั่น Homeless หรือสไตล์แฟชั่น “คนไร้บ้าน” ให้ฮือฮาฮิตไปทั่วโลก โดยอย่างยิ่ง Mary kate ที่มักจะสวมใส่อาภรณ์ตัวใหญ่โอเวอร์ไซส์ ซ้อนทับหลายชั้น และชุดเดรส ตัวโคร่ง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเธอไปแล้ว
ต่อกันที่
อันดับ 4 Sarah Jessica Parker ในฐานะ Carrie Bradshaw คอลัมนิสต์สาวสวยงามแห่ง New York city ในหนังและซีรี่ย์ฮอต Sex & the City ใครจะไม่อยากเป็นเธอคนนี้บ้าง ทั้งแฟชั่นเด่น และสวยงามเกินใคร เธอคือตัวแทนของสุภาพสตรีที่ผู้หญิงทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะมีสไตล์สวยแบบนี้
อันดับ 5 Chloe Sevigny เธอคือหนึ่งในสไตล์ไอคอนยุคนี้ ผู้มีหลักการของตัวเองชัดเจนที่สุด นั่นก็คือแฟชั่นโมเดิร์น วินเทจที่ทั้งรื่นเริงและมีเสน่ห์ ไม่ว่าเธอจะเลือกคัดสวมใส่อาภรณ์แบรนด์ไหน มันก็ยังออกมาเป็นอาภรณ์ของ Chloe อยู่ดี ซึ่งหากตัวตนไม่โดดเด่นจริงๆ ไม่มีทางทำได้เช่นนี้ได้แน่นอน ตามมาติดๆ ด้วย
อันดับ 6 Lady Gaga ไม่ต้องบรรยายถึงความแตกต่างของแฟชั่น ที่ทำให้ผู้คนจดจำเธอได้ ก็เพราะว่าอะไรที่คนอื่นเค้าไม่สวมใส่ และไม่คิดจะสวมใส่ นั่นแหละที่เธอจะใส่!
ส่วน
อันดับ 7 เป็นชื่อของเจ้าแม่สไตลิสต์แห่งฮอลลีวู้ด Rachel Zoe สไตลิสต์สาวเพียงหนึ่งเดียว ที่ถูกยกให้เป็นสไตล์ไอคอนเคียงข้างกับคนที่มีชื่อเสียง และเซเลบริตี้ชื่อดังคนอื่นๆ Rachel คือผู้สร้างสไตล์อันเจิดจรัส ให้แก่คนดังสาวมากมายในฮอลลีวู้ด แน่นอนว่าหากเธอไม่เจ๋งจริง ใครจะมอบหน้าที่อันสำคัญสุดๆนี้แก่เธอได้
ขณะที่
อันดับ 8 Style.com มอบให้กับ Daphne Guinness เจ้าหญิงกูตูร์คนใหม่ ผู้มีสไตล์อันน่าตื่นตาตื่นใจ เธอได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิฐาน สร้างและอลังการคนใหม่ ต่อจากอิซาเบลล่า โบลว์ ที่ลาจากโลกนี้ไปแล้ว
มาถึง
อันดับ 9 Jennifer Lopez เธอกลายเป็นสไตล์ไอคอน ทันทีที่ปรากฏตัวด้วยชุดเดรสผ่าร่องอกลึกถึงเอวสุดเซ็กซี่ที่มีสไตล์สุดๆ จาก Versace เมื่อกว่า 10ที่แล้ว จนกระทั่งถึงครั้งนี้ ก็ยังคงฮอตต่อเนื่องไม่เลิก
ปิดท้าย
อันดับ10 ด้วย Carine Roitfeld อดีตบก.โว้ค ปารีส ผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกความนิยม Carine เป็นตัวแทนหญิงสาวที่แต่งตัวเท่ห์ และเด่นเป็นตัวของตัวเอง จนกระทั่งกลายมาเป็นไอคอนคนสำคัญของวงการสมัยนิยมโลกยุคนี้ในที่สุด
ดูแลรถเมล์เบี้ยวค่าเสียหายประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอร่างข้อบังคับกระทรวงกำหนดกฎ และแนวทางวางหลักทรัพย์จำนวนและ ค่าของหลักทรัพย์ และกำหนดอัตราค่าครองชีพช่วงต้นที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจะต้องรับผิดชอบเนื่องจากการคมนาคม เพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับประกันความเสียหายอันเกิดแก่ชีวิต หรือร่างกายของคนภายนอก โดยกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขน ส่งไม่ประจำทาง และผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนย้ายส่วนตัวต้องวางหลักทรัพย์ 35,000 บาท สำหรับรถคันที่ 1 และคันละ 500 บาท สำหรับรถคันต่อๆไป แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถเมล์ขนาดเล็กต้องวางหลักทรัพย์ 35,000 บาท สำหรับรถคันที่ 1 และคันละ 200 บาท สำหรับรถคันต่อๆไป แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 200,000 บาท
นอกจากนี้ ยังกำหนดค่าใช้จ่ายขั้นต้นที่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจำหน่ายให้แก่ผู้เสียหาย หรือทายาทในกรณีวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดหรือพันธบัตร รัฐบาลชาติไทย หรือทั้งสองอย่างรวมกันคือ ผู้เสียหายมิได้ถึงแก่ความตาย ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ผู้เสียหายถึงแก่ความตายเวลานี้ ให้จ่ายค่าปลงศพ 35,000 บาท และผู้เสียหายมิได้ถึงแก่ความตายทันที ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆระหว่างการรักษา และค่าปลงศพ 35,000 บาท

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ